2012 : มีชีวิตรอด
posted on 16 Nov 2009 22:24 by mean-ing in MoivE
ไม่ได้รัวปลายนิ้วลงบนแป้นเพื่อเขียนบลอกมานานพอสมควร...
ด้วยเวลาที่ไม่ค่อยมีและเหตุผลอีกหลายอย่าง
วันนี้เพิ่งไปดูหนังมาค่ะ
คงไม่พ้นเรื่องที่กำลังฮือฮากันอยู่มากตอนนี้
ทั้งในโลกของภาพยนตร์และโลกความเป็นจริง
*อาจมีข้อความ spoil นะคะ*
2012
วันสิ้นโลก
อยากเข้าไปดูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวอย่าง...
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ไซไฟแนว Apocalyptic
หมายถึง ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการสิ้นยุคของมนุษย์ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบดูภาพยนตร์แนวนี้อยู่แล้ว...
ไม่ว่าจะเป็น Armageddon, Deep Impact ,The Day After Tomorrow และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย
อีกอย่าง...เพียงแค่ชื่อนักแสดงนำ ทั้ง John Cusack และ Chiwetel Ejiofor
ก็เป็นเหตุผลที่มากพอที่จะดึงฉันให้เข้าไปนั่งตากแอร์เย็นๆในโรงได้แล้วล่ะค่ะ

เรื่องเริ่มขึ้นจากปี 2009 นักธรณีวิทยาชาวอเมริกัน Adrian Helmsley (Chiwetel Ejiofor)
ได้เดินทางไปพบเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ที่อินเดีย ซึ่งทำการวิจัยอยู่เหมืองใต้ดินที่ลึกกว่า 10,000 ฟุต
และพวกเขาได้ค้นพบว่ามีการระเบิดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ครั้งใหญ่
การระเบิดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์นั้นปกติก็มีอยู่เรื่อยๆ
และทุกครั้งที่มีการระเบิดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ ก็จะปล่อย "นิวตริโน" ออกมาด้วย
แต่การระเบิดครั้งนี้ใหญ่มาก จนสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางกายภาพแก่โลกได้
เมื่อ Adrian เดินทางกลับมา เขาได้เข้าพบกับหัวหน้าและได้พบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯทันที
และเรื่องราวก็ข้ามมายังปี 2012
Jackson Curtis (John Cusack) นักเขียนที่ไม่ได้โด่งดังอะไร
แถมยังหย่ากับภรรยา Kate Curtis (Amanda Peet)
โดยมีลูกชาย Noah (Liam James) และลูกสาว Lily (Morgan Lily)
ซึ่งตัวของ Jackson นั้น ก็มักมีปัญหากับลูกชายอยู่ตลอดเวลา
ภรรยาเก่าของเขาและลูกๆก็อาศัยอยู่กับศัลยแพทย์ Gordon (Thomas McCarthy) ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของ Kate
Jackson ได้บังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่จะเกิดกับโลกใบนี้
และแผนการรับมือที่สหรัฐเตรียมไว้...
พอดีกับเหตุการณ์หายนะต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น
ทำให้เขาต้องพาครอบครัวหนีตาย...
หากใครได้ดู The Day After Tomorrow คงจะมีที่ติได้บ้าง
เนื่องจากเนื้อเรื่องและบทที่ดูแล้วเบาโหวง
แต่ 2012
ทั้งตัวของเนื้อหา บท และตัวละคร ไม่ต้องนับรวมไปถึง Special Effect ที่ดีขึ้น
ก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าดูได้มากกว่า The Day After Tomorrow ค่ะ
สำหรับฉากที่ฉันชอบและประทับใจมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้...
มีสองฉากค่ะ
ฉากแรก...
ทิเบต...องค์ดาไลลามะพูดกับศิษย์หนุ่มที่ดูจะตื่นตระหนกกับข่าวที่ได้รับฟังมา
ท่านรินน้ำชาลงในถ้วย...หากเมื่อเต็มแล้วก็ไม่หยุด
ลูกศิษย์..."ล้นแล้วครับท่าน"
หากท่านก็ยังไม่หยุด
องค์ดาไลลามะ..."ในตอนนี้สมองของเจ้าเหมือนกับถ้วยใบนี้นี่ล่ะ เต็มไปด้วยสิ่งที่ได้ยินมาและการคาดคะเน หากอยากจะคิดอะไรให้ออกล่ะก็ เจ้าต้องเทน้ำให้เหลือแต่ถ้วยเปล่า"
ฉากที่สอง...
(ถือว่าเป็นฉากที่ชอบมากที่สุดค่ะ ตอนที่นั่งกดแป้นคีย์บอร์ดอยู่นี่ ฉากนี้ก็ยังชัดเจนอยู่ในสมอง)
นักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย เพื่อนของ Adrian
อยู่บนยอดเขาหนึ่งในอินเดียพร้อมกับภรรยาและลูกชาย
เขาโทรศัพท์หา Adrian เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนจะก้มลงไปยิ้มกับลูกและภรรยาในขณะที่คลื่นยักษ์กำลังซัดเข้ามา
.
.
ภาพสุดท้ายที่พวกเขาเลือกมองคือรอยยิ้มของคนที่พวกเขารักค่ะ
-----------------------------------------------------------
ฉันเคยถามเพื่อนๆและคนรอบตัวค่ะ
"ถ้าโลกแตกจะทำยังไง"
หลายคนตอบฉันว่ายอมตายไปกับโลกใบนี้...
แต่สำหรับตัวฉันเองแล้ว...ฉันอยากจะสู้ค่ะ
สู้จนกว่าจะไม่มีทางสู้ ไม่มีทางรอด
ฉันเชื่อว่าไม่ว่าในสภาวะที่แสนสาหัสแค่ไหน
"มนุษย์" ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
ขอแค่คุณดิ้นรนที่จะมีชีวิต ไม่ใช่ดิ้นรนที่จะเอาชนะธรรมชาติ
เท่านั้นล่ะค่ะ
--------------------------------------------------------------------
ปล. รีพอร์ตญี่ปุ่นคงไม่จบแน่แล้ว - -"
ปปล. ยุ่งด้วยไม่สบายด้วย - -
ปปปล. เพิ่งเคยเขียนอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรกค่ะ มีอะไรผิดพลาดขอโทษด้วยนะคะ