The Dark Knight Rises : ฮีโร่ในตัวเรา

posted on 24 Jul 2012 00:44 by mean-ing in MoivE directory Entertainment

The Dark Knight Rises
ฮีโร่ในตัวเรา





  เมื่อปี ค.ศ.2005 หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็กอย่าง Batman ถูกนำมายกเครื่องใหม่ในBatman Begins ด้วยฝีมือการกำกับของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับที่ในเวลานั้นไม่เคยหยิบจับหนังฟอร์มยักษ์ในมือมาก่อน (แต่ทั้ง Momento และ Insomnia ที่เขากำกับต่างได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างเหลือล้น)

  แบทแมนในการตีความของโนแลนทวีความน่าสนใจมากขึ้นอีกกับภาคต่ออย่าง The Dark Knight เมื่อปีค.ศ.2008 ที่อัศวินรัตติกาลกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ทั้งในแง่ของรายได้และคำชื่นชม

  หลังจากที่โนแลนเอาเวลาไปวิ่งเล่นอยู่ในความฝันใน Inception จนเหนื่อย ปีนี้อัศวินรัตติกลับมาผงาดอีกครั้งใน The Dark Knight Rises ตอนจบของไตรภาคที่ทุกคนรอคอย



  The Dark Knight Rises เล่าเรื่องราว 8 ปี หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างใน The Dark Knight จบลง ฮาร์วี่ เด้นท์ (แอรอน เอ็กคาร์ต) จบชีวิตลงอย่างวีรบุรุษ ในขณะที่แบทแมน(หรือ บรูซ เวย์น) (คริสเตียน เบล)ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรและหายไปจากก็อธแธม เก็บตัวเงียบอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ สุขภาพเสื่อมโทรมย่ำแย่
  แต่แน่นอน ชีวิตของเขาไม่สงบนานนัก เมื่อ เบน (ทอม ฮาร์ดี้) ปรากฏตัวขึ้นพร้อมการกระทำอุกอาจที่จะทำลายก็อธแธมให้เป็นจุล

  นักแสดงทีมเดิมยังอยู่ครบ เสริมทัพด้วยนักแสดงใหม่ที่น่าสนใจอย่าง แอน แฮทธาเวย์ ในบท เซลิน่า ไคล์ หรือแคทวูแมนโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ ในบทตำรวจหนุ่มไฟแรง จอห์น เบลคมาริออง โกติยาร์ ในบท มิแรนดา เทต 

  โดยเฉพาะแฮทธาเวย์ที่ทำหน้าที่ของเธอได้ดีเยี่ยม เธอถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างเจ้าเล่ห์ มีเสน่ห์ น่าโมโห และน่าสงสารได้ในเวลาเดียวกัน (ไม่ขอพูดถึงคริสเตียน เบล และ โจเซฟ เพราะชอบ 2 คนนี้มากเป็นการส่วนตัว พูดถึงแล้วเดี๋ยวเพ้อค่ะ)





  หากตัวละครที่โดยส่วนตัวแล้วออกจะผิดหวังนิดๆคือ เบน การแสดงของ ทอม ฮาร์ดี้ ภายใต้หน้ากากนั้นถือว่าดีมาก โดยเฉพาะช็อตแสดงอารมณ์ตอนท้าย แต่ความร้ายกาจของเบนไม่สามารถลบภาพความร้ายของ โจ๊กเกอร์(ฮีธ เลดเจอร์) ได้เลย 
  เพราะหากเปรียบแล้ว เบนแข็งแรงกว่าแบทแมนในทางร่างกาย หากโจ๊กเกอร์สร้างความเสียหายทางจิตได้มากกว่า



  โดนส่วนตัวแล้ว "แบทแมน" คือหนังแฟรนไชส์อีกหนึ่งเรื่องที่เติบโตมาพร้อมๆกับมัน แต่เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดคือของโนแลน

  โนแลนนำความแปลกใหม่เข้ามาสู่แบทแมนได้อย่างสมบูรณ์ บรูซ เวย์น ไม่ใช่เพียงเศรษฐีหนุ่มเพลย์บอยคนดีที่มีเงินมากมายและตัดสินใจตั้งตัวเองเป็นฮีโร่เพื่อพิทักษ์ทุกคนเพราะเรื่องราวฝังใจในวัยเด็ก โนแลนใส่หัวใจและความเป็นมนุษย์เข้าไปในตัวละครตัวนี้

  เขาทำให้หนังการ์ตูน กลายเป็นหนังที่ดีจริงๆ



  โดยเฉพาะ The Dark Knight ที่เชื่อว่าหลายคนคงจะมีบางภาพที่ติดตา และบางอารมณ์ความรู้สึกที่ติดตรึงอยู่ในใจ

  และแน่นอนว่านั่นทำให้ "ความคาดหวัง" กดทับลงมาที่ภาคสุดท้ายนี้อย่างช่วยไม่ได้

  แต่หากไม่คาดหวังมากไปนัก The Dark Knight Rises คือการปิดตำนานได้อย่างสมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง

  รายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่ภาคแรกถูกนำมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ 
  ตัวละครทุกตัวถ่ายเทน้ำหนักและความสำคัญได้อย่างพอดิบพอดี 

  แต่ถ้าคุณเป็นแฟนหนังของโนแลน(อย่างฉัน)แล้วล่ะก็ อาจบอกได้ว่า "โนแลนเคยทำได้ดีกว่านี้" 

  ถึงอย่างนั้นมันก็สมบูรณ์แบบจริงๆนั่นล่ะ



  ย้อนไปใน Batman Begins โนแลนนำเสนอเรื่องราว "การเอาชนะตัวเอง" เอาชนะความกลัวและเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นตัวเอง 

  เมื่อเดินทางมาถึง The Dark Knight โนแลนหยิบเรื่องหนักอย่างเส้นแบ่งของความดีและความเลว ด้านมืดของมนุษย์ ความอ่อนแอของจิตใจคน ความเชื่อ และศรัทธา

  แต่เมื่อมาถึง The Dark Knight Rises ประเด็นหนักๆที่คิดว่าจะเจอกลับหายไป

  ช่วงที่ก็อธแธมย่ำแย่ถึงขีดสุดในครั้งก่อน โนแลนโยนคำถามใส่เราว่า ศีลธรรมในใจมนุษย์สูงแค่ไหนกันเชียว เรายังสามารถเชื่อมั่นในความดีงามของมนุษย์ท่ามกลางเปลือกนอกที่ผันแปรได้หรือ
 
  ในครานี้ โนแลนจำลองก็อธแธมให้อยู่ในช่วงจราจล เมื่อคนรวยถูกตัดสินโดยคนจน คนดีถูกตัดสินโดยคนร้าย เป็นคำตอบของคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทุกคนเท่าเทียมกัน

  ก่อนจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในที่สุดว่า แท้จริงแล้ว "ความเท่าเทียมกันของมนุษย์" เป็นเพียงคำพูดสวยหรูในอุดมคติที่ไม่สามารถเป็นจริงได้เท่านั้น

  พร้อมทั้งพาเราเดินกลับเข้าไปในจิตใจของ บรูซ เวย์น ที่ยังคงเต็มไปด้วยความกลัวและความเจ็บปวด ตั้งแต่ภาคแรก และมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

  ความกลัวที่จะเจ็บปวด 

  ความกลัวที่เปรียบเหมือนเชือกรัดรึงตรึงไว้กับความเจ็บปวด ต่อให้พยายามคลานหนีมากแค่ไหนเชือกที่ผูกติดไว้ก็ย่อมดึงใจกลับไปสู่ความเจ็บปวดอยู่ดี 
  ทางที่ทำได้คือตัดเชือกนั้นทิ้ง เปลี่ยนความกลัวเป็นพลังเพื่อปีนออกจากหลุมของความเจ็บปวด


  
  แต่เมสเซสที่อัศวินรัตติกาลผงาดย้ำอยู่หลายครั้งหลายครา จนถึงบทสรุปของเรื่องคือ "สัญลักษณ์ของฮีโร่"

  "แบทแมน" คือสัญลักษณ์ 

  สัญลักษณ์ของผู้ที่ต้องการปราบปรามเหล่าร้ายให้หมดไป สัญลักษณ์ที่เป็นความเชื่อ ความหวัง ศรัทธา และแรงบันดาลใจให้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่แสนโหดร้ายได้รู้ว่า "ความดี" ยังคงอยู่ และ "ฮีโร่" ยังไม่หายไปไหน

  ในเมื่อไม่มีชีวิตใดที่เป็นอมตะ "แบทแมน" จึงเป็นการสร้างสัญลักษณ์ของฮีโร่
  ฮีโร่ที่ไม่ว่าใครก็เป็นได้
  ฮีโร่ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีเพียงคนเดียว

  หาก "ฮีโร่" คือความหมายและตัวแทนแห่งความดี ความเข้มแข็ง และการเป็นที่พึ่งทางใจให้ใครได้ แล้วล่ะก็

  มนุษย์ธรรมดาอย่างเราที่ไม่สามารถปีนป่ายยอดตึก โหนไยไปมา ร่างกายแข็งแรงกำยำ กลายร่างเป็นยักษ์เขียว ถือค้อนศักดิ์สิทธิ์เหวี่ยงไปมา หรืออยู่ในชุดเกราะบินได้ ก็คงเป็นฮีโร่ได้ไม่ยาก 

  ทำความดีง่ายๆที่ไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือให้ใครมารับรู้
  ทำจิตใจให้เข้มแ็ข็งไม่โอนอ่อนกับกลิ่นอันหอมหวานของความชั่ว
  ยืนหยัดเป็นที่พึ่งให้คนที่อ่อนแอกว่า

  เท่านี้...
  
  ฮีัโร่ก็ไม่ใช่ใคร นอกจากตัวเราเอง
  

------------------------------------------------------------------------------------------

  สวัสดีค่ะ
  เขียนยาวมากเลย...
  จะมีใครอ่านมาถึงตรงนี้รึเปล่าไม่รู้ ^^"
  
  วันที่ไปดู The Dark Knight Rises รอบสื่อฯ บอกตามตรงว่าตื่นเต้นมาก ใจเต้นแรงจนน่ากลัว วันทั้งวันไม่เป็นอันทำงาน เพราะว่ารอมานานจริงๆสำหรับเรื่องนี้
  พอดูจบ "ฟิน" และ "โล่ง" มากเลยค่ะ
  มันเป็นอารมณ์ว่า เอ้อ...ในที่สุด ฮ่าๆๆๆ (ขำตัวเองมากวันนั้น)

  ตอนนี้ก็จะรอหนังเรื่องต่อไปของโนแลนค่ะ

  ช่วงนี้ดูหนังเยอะมากเลยค่ะ ทั้งเก่าทั้งใหม่ 
  โดยเฉพาะเรื่องใหม่ๆที่ส่วนใหญ่ได้ดูรอบสื่อ จะโดนเพื่อนๆพูดใส่ประจำว่า "อย่าเพิ่งสปอยด์ บอกแค่ว่าสนุกรึเปล่าก็พอ" ฮ่าๆๆ 
 
  อีกเรื่องที่ถือเป็นเรื่องดีของชีิวิตคือ ช่วงนี้อยู่ในช่วงที่จัดสรรเวลาในการทำงานและการเขียนสิ่งที่ตัวเองอยากเขียนได้ลงตัวมากเลยค่ะ
  พอทำตรงนี้ได้จริงๆแล้วรู้สึกดีมากเลย 
  รู้จริงๆเลยค่ะว่า 24 ชั่วโมง จริงๆก็พอสำหรับการทำทุกอย่างที่อยากทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่งเท่านั้นเป็นพอ

  ถ้าอ่านกันมาได้จนถึงตอนนี้ก็ขอบคุณมากนะคะ บ่นซะเยอะเลย ^^
  
  ขอบคุณที่อ่านผ่านตาค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------
ปล.
- หากเห็นวิจารณ์หนังเรื่องเดียวกันคล้ายๆกันในนสพ.มติชนหน้าบันเทิงล่ะก็ คนเดียวกันเขียนค่ะ :)
- ส่วนใหญ่สิงสถิตย์อยู่ที่ @meenkheankam ค่ะ :)

Comment

Comment:

Tweet

อ่านจนจบเลยจ้า...surprised smile

#3 By sora no hime★空のひめ on 2012-08-13 13:54

ชอบมากเหมือนกันครับ ^^

#2 By Nhumchan (103.7.57.18|58.137.65.122) on 2012-07-24 23:31

Hot! Hot! Hot! Hot!
ผมอ่านครับ big smile

#1 By Justype on 2012-07-24 01:38