Moonrise Kingdom
เป็นผู้ใหญ่อย่าแพ้เด็ก





 
 Moonrise Kingdom ถูกเลือกเป็นหนังเปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เวส แอนเดอร์สัน ซึ่งหลายคนอาจจำเขาได้ลางๆจาก Fantastic Mr. Fox เมื่อ 3 ปีก่อน 

  ครั้งนี้แอนเดอร์สันกลับมาพร้อมเล่าเรื่องบนเกาะห่างไกลผู้คนอันแสนสงบ แต่ความวุ่นวายเกิดเมื่อ แซม(จาเร็ด กิลแมน) ลูกเสือหนุ่มน้อยวัย 12 ปี จากค่ายลูกเสืออิวาโฮ และ ซูซี่(แคร่า เฮย์เวิร์ด) เด็กสาวบนเกาะ แอบหนีไปด้วยกันตามลำพัง ผู้ใหญ่ทั้งหลาย ทั้งครูวอร์ด(เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) ผู้ควบคุมค่ายลูกเสือ, กัปตันชาร์ป(บรูซ วิลลิส) นายตำรวจท้องถิ่นประจำเกาะ, พ่อและแม่ของซูซี่ (บิล เมอร์เรย์ และ ฟรายเชส แม็คดอร์แมนด์) วุ่นวายตามหากันให้ทั่วเกาะ รวมถึงเจ้าหน้าที่สวัสดิการเด็กและเยาวชน(ทิลด้า สวินตัน) ที่ต้องการจัดการให้แซมไปอยู่ที่สถานอุปถัมภ์เด็กกำพร้าอนาถา เพราะพ่อแม่บุญธรรมของแซมไม่ต้องรับเขากลับไปอยู่บ้านอีกแล้ว
  
  หนังค่อยๆ พาเราเดินทางไปกับเด็กสองคน เรียนรู้ความคิดและชีวิตของพวกเขาไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ หากเต็มไปด้วยสีสันและความน่าสนใจ ด้วยการนำเสนอตัวละครในรูปแบบคล้ายตัวการ์ตูน ลูกเล่นของสีภาพ และสไตล์การกำกับภาพ รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เห็นและทำให้คิดตามไปตลอดทั้งเรื่อง

  ถึงแม้จะมีข้อด้อยบ้างจากการแสดงที่ดูเรียบเฉยเกินไปของ จาเร็ด กิลแมน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของหนังหมดไป ซึ่งอาจยกความดีให้การแสดงของ แคร่า เฮย์เวิร์ด ที่อยู่กับจาเร็ดเกือบตลอดเวลาในหนัง เพราะเธอแสดงออกได้อย่างดีเยี่ยมภายใต้ดวงตาเรียวโตตกแต่งด้วยอายแชโดว์และมาสคาร่า

  ท่ามกลางการเดินทางเรียนรู้ตัวละครทุกตัวไปทีละนิด หนังเสนอเรื่องราวของกรอบของระบบการศึกษาที่ถ่ายทอดให้เห็นผ่านภาพของค่ายลูกเสืออันเคร่งครัดในกฏระเบียบ สอนทุกอย่างเพืือให้สามารถเอาชีวิตรอดในป่า แต่ไม่ได้สอนหรือปล่อยให้ได้ลองลงมือกระทำ
 
  การฝึกฝนและคำสอนทั้งหลายในค่ายเหล่านั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากบทเรียนในโรงเรียน ที่เรียนกันเพื่อสอบ ได้คะแนนสูงๆ เกรดดีๆ เป็นที่ยอมรับ หากกลับนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาไปใช้จริงไม่ได้แม้แต่นิดเดียว 

  อาจเพราะหลงลืมว่า "ประสบการณ์" สำคัญกว่า "ความรู้" จึงลืมให้ความสำคัญกันเกินไป
  ประสบการณ์สร้างทักษะการเผชิญกับโลกแห่งความจริงอันเลวร้ายโดยมีความรู้เป็นองค์ประกอบ

  ก็กว่าเราๆ ท่านๆ จะเติบโตเป็น "ผู้ใหญ่" กันได้อย่างทุกวันนี้ ประสบการณ์ที่ได้ผ่านพบนั่นล่ะที่เป็นแรงผลักดันสองเท้าเราก้าวเดินต่อเมื่อยามเจออุปสรรค แต่อาจเพราะเราเหนื่อยหนักกับแต่ละอุปสรรคนั้นมากเกินไปหน่อย เราจึงคิดกันเอาเองว่า "เด็ก" ยังไม่สมควรได้เรียนรู้จากเรื่องราวหนักหนาเช่นนี้

  แต่แซมและซูซี่ในเรื่องบอกในสิ่งที่ต่างออกไป 

  พวกเขาก้าวออกจากกรอบที่ผู้ใหญ่จัดวางไว้ ออกมาทดลองใช้ชีิวิตเอง ลองผิด ลองถูก ลองพลาด ลองสำเร็จ
  ลองกระทำจนได้ประสบการณ์และได้เรียนรู้
  พวกเขาบอกเราว่าแท้จริงแล้วช่วงเวลาในชีวิตของพวกเขาในขณะที่ทุกคนเห็นเป็นเด็กคือวันวัยแห่งการเรียนรู้

  ดวงตาของพวกเขายังเปิดกว้างพร้อมมองเห็นโลกใบนี้ทุกแง่มุม 
  เช่นเดียวกับดวงใจที่เปิดรับทุกเรื่องราวและพร้อมจะรู้สึกไปกับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเต็มที่

  ดังนั้นหน้าที่สำคัญของผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองหาใช่การชี้บอกว่าสิ่งใดผิดหรือถูกควรหรือไม่ควร และไม่ใช่การขีดเส้นหรือตีกรอบการเรียนรู้โลกของเด็ก 

  แทนการกำหนด...เฝ้ามอง
  แทนคำสั่ง...รับฟัง

  และหากเมื่อถึงเวลาที่หนักหนาสาหัสหรือผิดพลาดจนเกินไปก็พร้อมจะยื่นมือดึงและฉุดพวกเขาขึ้นจากปากเหว
  
  เมื่อครั้งหนึ่งผู้ใหญ่ได้ผ่านความผิดพลาดในวัยเยาว์มาแล้ว ก็จงอย่่ากลัวหรือระแวงให้เด็กได้ทดลองผิดพลาดเองบ้าง

  ไม่อย่างนั้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่แพ้เด็ก เพราะแค่ก้าวออกจากกรอบก็ไม่กล้า

-------------------------------------------------------------

  ไม่ได้อัพนานมากเลยค่ะ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะอัพบ้างเวลาว่าง แต่เพราะคำว่า "ว่าง" หายไปจากพจนานุกรมส่วนตัวไปสักพักเลยทิ้งบล็อกร้างไว้อย่างไม่ตั้งใจ
  คราวนี้กลับมาพร้อมการเขียนวิจารณ์หนังค่ะ ซึ่งทำอยู่เป็นประจำในการทำงาน ชนิดว่าเขียนอาทิตย์ละหลายเรื่อง แต่ถ้าหากผิดพลาดอะไรไปก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เพราะว่าตัวมีนเองถึงจะดูหนังมาเยอะพอสมควรแต่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรขนาดนั้น

  ขอบคุณนะคะที่ผ่านเข้ามาอ่านผ่านตา :)

ปล.
 - ดูหนังเรื่องนี้มาได้เป็นอาทิตย์แล้วเพิ่งได้เขียน อนาถตัวเองนิดๆเหมือนกันค่ะ
 - อาจจะมีโครงการเขียนถึงหนังเก่าและไม่เก่าอีกหลายเรื่องค่ะ แต่ออกจะเอาแต่ใจนิดๆ เพราะเขียนแต่เรื่องที่กระทบหัวใจ
 - ยังทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสายบันเทิงอยู่ค่ะ มีอะไรทักทายกันได้ที่ @meenkheankam นะคะ 
 
 

edit @ 30 Jun 2012 02:47:41 by MeaNing

edit @ 30 Jun 2012 02:53:55 by MeaNing

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วอยากหามาดูเลยครับ confused smile
ดูน่าสนุกดี แต่เนื้อเรื่องดูไม่ค่อยมีอะไร...?

#3 By @ P.M. on 2012-07-08 13:04

ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป4
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-07-06 18:28

ไม่ได้เขียนที่นี่ซะนานเลยนะคะ
รู้สึกว่าภาษาที่ใช้เขียนสละสลวยมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยsurprised smile
ถึงแม้ว่าจะแค่ชั่วครู่เดียว แต่ถ้าคำว่า "ว่าง" กลับมาอยู่บนพจนานุกรมของน้องเมื่อไหร่ก็มาเขียนลงในนี้ ให้หายคิดถึงบ้างนะคะdouble wink

#1 By sora no hime★空のひめ on 2012-07-01 19:51