Nader and Simin: A Separation
กรอบของสังคม ศาสนา และสถานการณ์สีเทา 



     ลบคำสบประมาทที่บอกว่าภาพยนตร์อิหร่านไม่สนุกไปเลย เพราะเพียงการันตีด้วย 3 รางวัลจากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน (รางวัลหมีทองคำ, รางวัลหมีเงินทีมนักแสดงชายและรางวัลหมีเงินทีมนักแสดงหญิง) ก็ทำให้ภาพยนตร์อิหร่านเรื่อง Nader and Simin: A Separation อยู่ในความสนใจของคอหนังคนไทยได้มากทีเดียว

     Nader and Simin: A Separation นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นกลางในสังคมร่วมสมัยของประเทศอิหร่านในปัจจุบัน โดยเรื่องเริ่มจากซิมิน...ภรรยา ต้องการย้ายไปต่างประเทศเพื่อชีวิตที่ดีกว่า แต่ฝ่ายสามี นาเดอร์ไม่ยอม โดยให้เหตุผลว่าตนต้องดูแลบิดาสูงอายุและกำลังป่วยหนักด้วยโรคอัลไซม์เมอร์ เมื่อทั้งสองไม่สามารถตกลงกันได้จึงตัดสินใจหย่าร้าง แต่ศาลกลับไม่หย่าให้เพราะเหตุผลการขอหย่านั้นไม่เพียงพอ

     ซิมินตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านแม่ของตน โดยทิ้งสามี เทอเม่...บุตรสาว และพ่อสามีไว้ นาเดอร์ต้องหาคนมาคอยดูแลบิดาตอนกลางวันระหว่างที่เขาออกไปทำงาน ซึ่งเขาก็ได้ราเซียร์ หญิงยากจนคนหนึ่งมาทำงานให้ ราเซียร์มีลูกสาวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งเธอต้องพาลูกเดินทางไกลพอสมควรมาทำงานทุกวัน
     แต่แล้ววันหนึ่งนาเดอร์กลับมาที่บ้านแล้วพบว่าราเซียร์ไม่อยู่ แขนของพ่อเขาถูกมัดไว้กับเตียงและเงินสดที่เขาเก็บไว้จำนวนหนึ่งก็หายไปด้วย เมื่อราเซียร์กลับมาเขาจึงไล่เธอออก และด้วยความไม่ตั้งใจของเขา นาเดอร์ทำให้ราเซียร์บาดเจ็บจนแท้งลูก

     นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่ตามมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงกันในศาล การอาละวาดอย่างบ้าคลั่งของฮอจจาตสามีของราเซียร์ การหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองของนาเดอร์ การยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือสามีของซิมิน และการเติบโตทางความคิดของเทอเม่ ความจริงเล็กๆ น้อยๆ เริ่มเปิดเผยออกมาทีละนิดจากการกระทำของตัวละคร ซึ่งความจริงนั้นค่อยๆ บอกพื้นฐานสังคมของประเทศอิหร่านให้เข้าใจได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังชวนให้คนดูอยากรู้อยากเห็นว่าตกลงแล้วความจริงเป็นเช่นไร

     หนังเดินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ พาให้คนดูลุ้นและคิดตามอยู่ตลอดเวลาว่าเรื่องราววุ่นวายเหล่านี้จะลงเอยแบบไหน และใครกันแน่ที่เป็นคนผิด ตัวละครทั้งหมดเหมือนถูกโยงไว้ด้วยสายใยบางๆ ของศีลธรรม ศาสนา เงิน และศักดิ์ศรี ที่ขึงไปมาอยู่บนเส้นด้ายเส้นใหญ่ของพื้นฐานสังคมและศาสนาของประเทศอิหร่าน นั่นทำให้ตัวละครมีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะราเซียร์ซึ่งเป็นผู้หญิงในสังคมอิสลามและมีความศรัทธาในศาสนาอย่างแรงกล้า

     ประเด็นของหนังนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมของอิหร่านในเรื่องข้อจำกัดของศาสนาที่มีต่อการกระทำของคนแล้ว ยังตะโกนบอกเราถึงสถานการณ์สีเทาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาบนโลกใบนี้อีกด้วย
     สถานการณ์ที่ทุกคนต่างมีเหตุผลที่ถูกต้องในการกระทำของตัวเอง เราไม่สามารถชี้บอกได้ว่าการปิดบังความจริงของนาเดอร์คือความผิดเพราะเขาทำไปเพื่ออยากอยู่ดูแลบิดาและลูกสาว ในขณะเดียวกันการฟ้องนาเดอร์ข้อหาฆาตกรรมลูกในท้องของราเซียร์เพื่อเงินและเพื่อทำให้ชีวิตของตัวเองและครอบครัวดีขึ้นก็ไม่ใช่ความผิดโดยสมบูรณ์
     เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเสมอในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีสิ่งใดขาวล้วนและดำล้วนบนโลกใบนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นสีเทา สีเทาซึ่งยากจะแยกให้ออกว่ามีสีขาวหรือดำมากกว่ากัน หลายครั้งเราพบคนที่ทำผิดกฎหมายหากถูกศีลธรรม และคนเหล่านั้นกลับถูกตัดสินจากกฎหมาย กรอบของสังคม หรือบางครั้งแม้กระทั่งศาสนาให้เป็นผู้ผิด

-------------------------------

อันนี้เขียนไว้ตั้งแต่ไปดูเมื่อเดือนมิถุนายนค่ะ
ตอนพี่ที่ทำงานให้ทดลองเขียนวิจารณ์หนัง

หนังเรื่องนี้สนุกจริงๆนะคะ ใครอยากดูลองหาดูนะ
ไม่แน่ใจว่าที่เฮาส์ยังฉายอยู่รึเปล่านานแล้ว 

edit @ 30 Jun 2012 10:50:44 by MeaNing

Comment

Comment:

Tweet

อ่านเนื้อเรื่องไปแล้วน่าสนใจนะ แต่หนังอิหร่านคงหาดูได้ยากมาก แม้แต่แผ่นคงไม่ออกขายในเมืองไทย

#1 By Shion on 2011-08-10 12:36