จังหวะลมหายใจ

posted on 29 Apr 2011 03:19 by mean-ing in LifE


เมื่อสามปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่ฉันเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นนอกจากจะซ้ำเติมความรู้สึกเจ็บปวดในจิตใจแล้ว
มันยังทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
เหนื่อย ล้า อ่อนใจ อ่อนแรงเสียจนฉันอยากจะหยุดทุกอย่างในชีวิตไว้แบบนั้น

หากเหมือนใครบางคนบนนั้นเขาไม่อยากให้ฉันจบสิ้นทั้งความหวังและกำลังใจ
เขาหยิบยื่นโอกาสผ่านคำเชื้อเชิญจากลูกพี่ลูกน้องคนสนิทซึ่งอาศัยอยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์




ต้นปีที่แล้วฉันจึงตัดสินใจเดินทางไป ‘พักใจ’ ที่บ้านของลูกพี่ลูกน้องคนนั้น นั่นนับเป็นการเดินทางคนเดียวเพื่อกลับไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กเป็นครั้งแรก และนับว่าเป็นการเดินทางที่ได้เปลี่ยนชีวิตฉันไปทั้งชีวิต...




ฉันยังจำความรู้สึกของตัวเองในวันนั้นได้ดีทีเดียว ความเจ็บปวด ความทุกข์ ความสับสน และเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาฉายชัดในหัวสมองและหัวใจของฉันราวกับกำลังนั่งดูภาพยนตร์บนจอหนัง

ระยะเวลา 5 ชั่วโมงบนรถทัวร์ฉันได้ครุ่นคิด…

ชีวิตที่ผ่านมาคืออะไร?
ชีวิตต่อไปจะเป็นอย่างไร?
ฉันจะรู้สึกถึงความสุขได้อีกครั้งไหม?
ฉันจะหัวเราะเต็มทั้งริมฝีปาก ใบหน้า และหัวใจได้อีกครั้งไหม?

คำถามมากมายผุดขึ้นและไร้ซึ่งคำตอบ
ทั้งยังต่อยอดแตกออกเป็นคำถามมากมายอีกร้อยแปดรวดเร็วเสียยิ่งกว่าแบคทีเรียแบ่งเซลล์

แต่คำถามเหล่านั้นกลับหายไปทันทีที่ฉันเห็นหน้าป่อง...ลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกันมารับที่ท่ารถ
เขายิ้มให้และตรงเข้ามากอดโดยไม่สนใจกระเป๋าใบโตเกะกะที่อยู่บนหลังฉัน เขาบอกฉันเบาๆ
“ดีใจที่กลับมา”




ฉันใช้เวลา 3 อาทิตย์หลังจากนั้นปล่อยให้ความคิดฟุ้งกระจายไปกับทุกสิ่งที่ได้เห็นและพบเจอ
ฉันไม่คิดถึงอดีต ไม่คาดหวังอนาคต
ฉันตื่นแต่เช้าและใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับสิ่งที่ฉันรักที่สุด...การเขียนและการอ่าน
บางวันฉันก็เดินเที่ยวทักทายพี่ๆที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันซึ่งบัดนี้ส่วนใหญ่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว
นั่งมองทะเลยามเย็นเงียบๆ นั่งกินข้าวเย็นสบายๆกับเพื่อนสมัยเด็กที่จากกันไปนาน
หรือไม่ก็ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางเดิมๆเหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก

ช่วงเวลานั้นฉันเหมือนได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองได้โปรยไว้อย่างไม่รู้ตัวเมื่อครั้งเยาว์วัย
มันคือผลผลิตของความทรงจำอันสวยงามที่สามารถหล่อเลี้ยงหัวใจอันแห้งผากให้กลับชุ่มชื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง

ตลอดเวลาที่เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้น ฉันรีบเร่งตลอดเวลา
รีบเผชิญหน้าด้วยสติที่มีในตอนนั้น รีบปะทะเมื่อยังมีแรง
รีบหลีกหนีเมื่อคิดว่าตัวเองรับไม่ไหว รีบทำท่าทางเข้มแข็งก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา
รีบมากเสียจนลืมบางสิ่งบางอย่างไปหมดสิ้น
ลืมเลือนความทรงจำดีๆ ช่วงเวลาแห่งความสุข เสียงหัวเราะ บรรยากาศดีๆกับเพื่อนๆ
ลืมแม้จะมองให้เห็นสิ่งสวยงามที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด

การกลับมาใช้ชีวิตในสถานที่อันเงียบสงบครั้งนั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉันช้าลง
นาฬิกาที่เคยเดินเร็วอยู่เสมอไม่เดินจังหวะเดียวกับที่เคยรู้สึก
สิ่งที่ต้องรีบทำเพื่อแข่งขันกับเวลาและความคาดหวังของคนรอบข้างก็ไม่ต้องทำ
ที่สำคัญ...จังหวะลมหายใจของฉันช้าลง...

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างช้าลง ฉันจึงมีโอกาสได้คิดอะไรมากขึ้น

ฉันได้รู้ว่า...บางเรื่องฉันใช้เวลากับมันมากเกินไป ร้อนมากเกินไป และรีบมากเกินไป
และบางเรื่อง...ฉันนึกถึงมันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

บางครั้งคนเราต้องการจังหวะของลมหายใจที่ช้าลง จังหวะของการเดินที่ช้าลง
หรือแม้กระทั่งจังหวะของการใช้ชีวิตที่ช้าลง
เพื่อให้มีช่องว่างของเวลาได้หยุดคิดทบทวนหรือคิดไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ไม่ต้องคิดมากเกินไปแต่ก็ไม่น้อยเกินไป
อย่างน้อยให้เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องไปผูกติดกับสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้
มีเวลาพูดคุยทำความรู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของเราที่มักจะถูกคลื่นแห่งสังคมและค่านิยมพัดหาย
มีเวลา ‘หายใจ’ และ ‘รักตัวเอง’ มากขึ้น




ฉันเดินทางกลับกรุงเทพฯอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ฉันรู้สึกว่าตัวเองเดินช้าลงและก้มดูนาฬิกาไม่บ่อยเหมือนก่อน
ไม่รีบจะไปโน่นมานี่ ไม่ปฏิเสธทุกสิ่งที่จะเข้ามาอยู่ในขอบเขตของสายตา
ไม่คิดอีกต่อไปว่าการนั่งคุยกับตัวเองคือการเสียเวลา

เมื่อไม่รีบ ฉันก็ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างที่สนุกและสุขกว่าที่เคย

ภาพความทรงจำในช่วงเวลาที่มีความสุขแทรกเข้ามาแทนทีความทรงจำอันแสนเจ็บปวดและเลวร้าย
ยามต้องเผชิญปัญหาฉันสามารถใจเย็นและมีสติกับมันมากขึ้น
งานที่เคยคิดว่าต้องรีบหนักหนาแต่เมื่อทำด้วยใจที่เย็นลงและลมหายใจที่ช้าลง นอกจากงานจะเสร็จเร็วขึ้นแล้วฉันยังสบายใจมากกว่าเดิมอีกด้วย

การที่เราไม่เร่งและรีบกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้น และมีเวลาให้กับความสุขเล็กๆรอบตัวมากขึ้น


เพราะฉะนั้น...หายใจช้าลงบ้างเถอะค่ะ จะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเราไม่ต้องรีบไปไหนทุกขณะจิต

Comment

Comment:

Tweet

บางครั้ง พักหายใจบ้างก็ดีเหมือนกันนะconfused smile

#7 By Shion on 2011-06-22 08:44

บางทีการได้ทบทวน
จังหวะลมหายใจ
ก็ดีนะคะ
อย่างน้อย เราก็ได้รู้ว่ารีบไป
มันเหนื่อยเปล่าๆ

#6 By katak on 2011-04-29 15:35

นั่นสินะ ช่วงนี้รู้สึกชีวิตรีบร้อนจนเบลอไปหมด จำอะไรเเทบไม่ได้ สติไม่ค่อยมี คงต้องผ่อนลมหายใจตัวเองบ้างเเล้ว

ว่าเเต่ ถ้าหายใจช้า ช้าจนลืมหายใจนี่นับไหม ฮ่าๆๆๆ

#5 By masss (210.175.195.202) on 2011-04-29 13:21

คนที่หายใจเร็วๆ มีแต่คนที่เพิ่งเหนื่อยหอบมานะ
สังเกตุดูสิ ปกตินั่งเฉยๆ หายใจก็ปกติดี
แต่ถ้าลองได้วิ่งหนีอะไรมาสักอย่างแล้วล่ะก็
หายใจแทบไ่ม่ทันเลยล่ะ confused smile

#4 By Fung-Fa on 2011-04-29 11:39

ขอบคุณที่เขียนเอนทรี่นี้นะจ้ะ ชอบจัง คงต้องหายใจให้ช้าลงมั่งละopen-mounthed smile

#3 By ป้าแข (183.88.46.148) on 2011-04-29 09:09

ชอบเอนทรี่นี้มากๆเลยครับ

หายใจเร็วไป เดินเร็วไปก็ใช่ว่าชีวิตจะดีขึ้น

Hot! Hot!

#2 By Clepsydra:: on 2011-04-29 07:43

จะรีบไปไหนๆ พักเดี๋ยวหนึ่งสิครับ open-mounthed smile

Hot! Hot!

#1 By GilMist on 2011-04-29 04:43