เดินผ่านฝูงพิราบมาได้อย่างปลอดภัยค่ะ

พอเดินออกมาก็เจอกับ


เราสองคนไม่คิดจะขึ้นหรอกค่ะ แต่คาโฮะคะยั้นคะยอซะ - -
พี่ผู้ชายที่ทำงานอยู่แถวนั้นเค้าก็เค้ามาเอาโบชัวร์ให้เราดูค่ะ...

แพงมาก - -"

ฉันกับเมย์มองหน้ากัน หันไปบอกคาโฮะว่าไม่เป็นไรหรอก...
คาโฮะบอกกลับมาว่าไม่เป็นไร...พ่อให้เงินมา บอกว่ายังไงมีนกับเมย์ต้องขึ้นให้ได้

โดยปกติฉันกับเมย์ตอนอยู่ต่อหน้าคนญี่ปุ่นเราจะไม่พูดภาษาไทยกันค่ะ
จะพูดภาษาญี่ปุ่นให้เขาเข้าใจด้วย เพราะเราถือว่าถ้าพูดภาษาไทยต่อหน้าเค้ามันจะดูเสียมารยาท
แต่วันนั้น...เราสองคนหันมาปรึกษากันเป็นภาษาไทยว่าจะเอายังไงดี - -
เมย์บอกว่าถ้าเราไม่รับมันก็ดูน่าเกลียดเพราะเขาตั้งใจจะให้
ฉ้นบอกว่ามันแพงนะ แค่เขาพาเรามาเที่ยวและให้พักที่บ้านก็สุดๆแล้ว

แต่พอหันมาบอกคาโฮะ เจ้าตัวก็ยืนยันจะให้เราไปให้ได้
เราสองคนเลยเลือกระยะทางและระยะเวลาที่น้อยที่สุดราคาน้อยที่สุด
ซึ่งนั่นก็คือ ราคา 3,000 เยน ในเวลา 15 นาที

พี่ชายคนนั้นบอกว่าเค้าจะพาวนรอบๆที่ไม่ไกลมากนัก สุดท้ายจะมาหยุดที่เดิมที่เราขึ้นตรงนี้

คาโฮะบอกว่าให้เราขึ้นเลย พวกเขาอีกสามคนจะเดินเล่นรอแถวนี้

ในที่สุดเราสองคนก็ขึ้นไปนั่งค่ะ

เริ่มออกเดินทางค่ะ


พอขึ้นไปนั่ง...เราสองคนพูดกับพี่ชายว่า...
หนักนะคะ - -"
พี่เค้าหัวเราะเสียงดัง บอกว่าไม่เป็นไร

แล้วพี่ชายก็เริ่มชวนคุย
พอเขารู้ว่าเรามาจากเมืองไทยพูดทันทีว่า "สวัสดีครับ"
พวกเรายิ้มแล้วถามกลับ พี่เขาเล่าให้ฟังว่าเคยมาเมืองไทย
เคยไปเที่ยวสมัยยังหนุ่ม (เอ่อ...จะบอกว่าตอนนี้พี่ก็ยังหนุ่มนี่คะ - -)
พี่ชายเล่าให้ฟังว่าเขาชอบมวยไทยมาก

คุยกันไปได้สักพักพี่ชายเริ่มพาเราสองคนลัดเลาะไปทางแคบบ้างกว้างบ้าง
พลางเล่าเรื่องราวคร่าวๆของสถานที่ที่เราผ่านอย่างคล่องแคล่ว
และก็มาหยุดกันตรงนี้



พี่ชายเล่าว่าเป็นแม่น้ำสายประวัติศาตร์ของคามาคุระ
ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะว่าชื่อว่าอะไร - - มัวแต่พยายามมองลงไปอยู่ - -

หลังจากนั้นพี่ชายก็พาเราลัดเลาะไปตามซอกซอยค่ะ
เราจอดกันอีกหลายที่อยู่ค่ะ ถ่ายรูปบ้างคุยบ้าง

ชวนคุยไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทย และเรื่องที่เกี่ยวกับที่นี่

สนุกค่ะ...

ฉันคิดว่า...วันนั้นหากฉันมีเงินเอง...ฉันคงจะซื้อเส้นทางที่แพงที่สุดนานที่สุด
ไม่ใช่เพราะว่าจะได้ดูอะไรทั่วๆหรอกนะคะ
หากเพราะฉันคงได้รู้จักพี่ชายคนนี้มากขึ้น
และแน่นอนว่าเราคงเป็นเพื่อนกันได้ไม่ยาก

เงินที่เสียไปนั้น...ไม่ได้แลกกับแรงงานที่พี่เขาลากพวกเราไปรอบๆเมืองหรอกค่ะ
ฉันคิดว่ามันแลกกับการได้รู้จักของคนที่มากจากคนละส่วนของโลกต่างหาก
ถึงแม้เป็นการรู้จักกันเพียงผิวเผิน
แต่มันก็คุ้มค่าที่เราจะแลกเปลี่ยนความคิด และรอยยิ้มแก่กันค่ะ

หลังจากนั้น
เราก็วนกลับมาที่เดิมค่ะ

พี่ชายค่อยรับเราลงจากรถลาก
และให้ที่อยู่สำหรับเขียนจดหมายส่งชิงโชคมาด้วยค่ะ
พี่ชายบอกว่าจะเขียนส่งมาคุยกับเขาเฉยๆก็ได้นะ...เค้าแถมอีเมล์ให้ด้วยค่ะ

คาโฮะจ่ายเงิน
พวกเราถ่ายรูปคู่กับพี่เค้าอีกครั้ง (อยู่กล้องคาโฮะค่ะ ฉันยังคงไม่ได้รูปมา)
ก่อนจะโค้ง และโบกมือลากัน

ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกรึเปล่าค่ะ
แต่ฉันดีใจมาก ที่ครั้งนึงเราได้เจอกัน


To be con.

---------------------------------------------------------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีจังเลยน้า มิตรภาพต่างแดน


สองวันนี้ก็ได้นั่งแท็กซี่อยู่หลายรอบเหมือนกัน เจอโชเฟอร์ที่ต่างกันไป

แต่ตอนที่นั่งไปวังหลัง มันนานสุด โชคดี ได้คุณอาที่คุยสนุกเป็นโชเฟอร์ ก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกใหม่เหมือนกันbig smile

#1 By T4tZl_lK1 on 2009-10-16 04:45

สงสารคนลากรถนั่นจังเลยนะครับbig smile

#2 By Clepsydra:: on 2009-10-16 06:29

โอ้...พี่เค้าช่างคุยดีแฮะ ดีจัง

ยิ่งอ่านยิ่งอยากไปเที่ยวมั่งcry

#3 By AriYasha on 2009-10-16 19:59

น่าไปเที่ยวจังเลยครับbig smile

#4 By noomnoi on 2009-10-20 21:55