ฉันนั่งมองวิวที่มืดลงเรื่อยๆผ่านกระจกหน้าต่างรถไฟ

ในหัวกำลังคิดอยู่แต่ว่าเราจะไปถึงที่พักกันกี่โมง...


รถไฟจอดที่สถานี JR Narita ตอนหกโมงกว่า
เราคงเดินไปไม่ทันหกโมงครึ่งตามที่นัดกับทางที่พักไว้
แต่คิดในแง่ดี
guesthouse ไม่ใช่ โรงแรมที่ทุกอย่างจะต้องแน่นอน

ฉันแบกเป้สะพายขึ้นหลังอย่างรวดเร็ว
เราสามคนรีบเดินออกลงจากชานชลา...

ปัญหาอยู่ที่...กระเป๋าของเมย์กับพ่อเป็นกระเป๋าลาก
และสถานีนั้นไม่มีลิฟต์ - -

หลังจากออกจากสถานีได้อย่างทุลักทุเลพอสมควร...

เมย์และพ่อที่มาสำรวจเส้นทางแถวนี้ไว้แล้วเริ่มนำทาง...
ตามแผนที่ที่ได้มาจากเว็บไซด์ของ guesthouse เราต้องเดินกันประมาณ 15 นาที

ซึ่งถือว่าเป็นเวลาไม่นานนักตามที่ฉันคิดในตอนแรก

แต่...
ฉันลืมนึกไปว่า...
15 นาทีที่เขียนไว้นั้น มันคือ 15 นาทีของคนญี่ปุ่น
ซึ่งไม่มีกระเป๋าใบโตหนักร่วมสิบกิโลอยู่บนหลัง - -"

อากาศเย็นลงเรื่อยๆ
ลมเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ
มือเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ
.
.
และเรายังมองไม่เห็นสะพานนาริตะ
ตามแผนที่ ถ้าเราเดินถึงสะพานนาริตะก็คือใกล้ถึงแล้ว...

ตามองหาสะพานสองขาก้าวๆๆๆๆ

อ๊ะ...เจอแล้ว...


ฉันเดินตามหลังเมย์กับพ่อเล็กน้อย...
ก็เขาลากกระเป๋ากัน...ฉันแบกนี่นา - -"

ก่อนเดินพ้นจากเขตสะพาน หันไปดู...

ถึงว่าล่ะ - -
มือ คาง จมูก ไม่รู้สึกอะไรแล้ว - -"

หันกลับมาอีกทาง....


ถึงแล้วววววววววว


Backpackgers Fuji เป็น guesthouse สองชั้นเล็กๆดูอบอุ่นน่ารัก
เจ้าของเป็นสามีภรรยาสองคนกับน้องหมาหนึ่งตัว...Summer

http://www.backpackers-fuji.jp/
เว็บของ guesthouse ค่ะ


ฉันถูกดันหลังให้เดินเข้าguesthouse เป็นคนแรก
เพราะชื่อที่จองที่พักไว้เป็นชื่อฉัน

เจ้าของguesthouse ชื่อ ทากะซัง
เขาตั้งท่าจะพูดภาษาอังกฤษใส่ แต่เรารัวภาษาญี่ปุ่นใส่ไปซะก่อน

ฉันรีบขอโทษเขาที่มาช้ากว่ากำหนดที่บอกไว้
เขาบอกว่าไม่เป็นไร...ก่อนเอาเอกสารการเข้าพักให้ฉันเขียน
ส่วนคุณภรรยาก็เปิดประตูห้องที่อยู่ชั้นหนึ่งข้างๆล๊อบบี้ให้

ระหว่างที่ฉันกรอกข้อมูลอยู่นั้น...ชาวต่างชาติที่มาพักที่นี่ดูจะเยอะอยู่เหมือนกัน
ทุกคนพักอยู่ชั้นสอง...
ตอนนี้เดินผ่านฉันไปมา เตรียมปาร์ตี้บาร์บีคิวกันอยู่

หลังจากยิ้มให้คนนั้นทีคนนี้ทีอยู่พักใหญ่...
ฉันก็เดินตามเมย์กับพ่อเข้าไปในห้อง

ในห้องมีเตียงสองชั้นอยู่สามเตียง
เราสามคนนอนเตียงชั้นล่าง


หลังจากวางกระเป๋าเรียบร้อย...
ท้องร้องค่ะ - -"

ฉันกินข้าวมาแค่นิดเดียวบนเครื่อง...และนี่ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้วด้วย

พ่อเมย์บอกว่าให้ไปหาอะไรกินกันที่อิออนมอลล์
ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

ฉันเดินผ่านปาร์ตี้บาร์บิคิวหน้า guesthouse
โดยระงับความอยากเข้าร่วมด้วยอย่างสุดใจ
ทำเพียงส่งยิ้มสยามบนใบหน้ากลมๆให้ทุกคนเท่านั้น


เราเดินกลับไปที่สถานี Keisei Narita ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ JR Narita
เพื่อไปขึ้นรถบัสไปอิออนมอลล์

ค่ารถบัส 200 เยน...
นั่งไปถึงอิออนมอลล์ด้วยเวลาเพียงสิบนาที

ซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นสถานที่ที่อันตรายสำหรับคนหิวมากๆจริงๆ

อ๊ะ...แก้หน่อย
เป็นสถานที่อันตรายสำหรับคนที่หิวมากแต่มีงบจำกัด - -"

เมย์กับพ่อหยิบของกินกันสนุกมือ

ฉัน...
เอ่อ...กล่องนี้แพงไปนิด...
เอ...กล่องนี้ถูกกว่าหน่อย...จะอิ่มมั้ย.... - -

สรุปแล้ว...ฉันได้มาแค่

และ

(ขวดนี้ใช้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายค่ะ - -)


หลังจากหาที่นั่งกินกันจนอิ่มแล้ว...
เราสามคนก็เดินทางกลับที่พัก


เรื่องราวที่ guesthouse มีอีกมากมายค่ะ

To be con.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รอลุ้นต่อไป...เพื่อนฉันไปเจออะไรมาบ้างน้อ...

เราก็ไม่ค่อยถูกกับอากาศหนาวเหมือนกัน หวัดมาเยือนฟึดฟัดไปหลายวันเลยตอนไป แต่ไม่มีไข้

(พยายามตั้งสติดึงตัวเองมาอ่านหนังสือแต่ก็ยังไม่ได้แตะสักนิด... ยังไงก็ต้องอ่านให้ได้!!)

#1 By AriYasha on 2009-07-31 13:31

เห็นกับข้าวแล้ว ..

อิ่มมั้ยอ่ะ T^T

เป็นพี่พี่ไม่อิ่มอ่ะ (กร๊ากกก)

#2 By :: SKYPIA ☆ on 2009-07-31 22:20

มันซื้อน้ำเปล่ามาเพื่อกรอกน้ำใช่มั้ยนั่น

อย่างน้อยก็น่าจะเป็นอะไรที่มีรสชาติอ่ะนะ เฮ้อ...
(น่ะ นิสัยคนเอบี ชอบยัดเยียด กร้ากกกก)


เห็นเตียงล่ะ................






ดูท่า.........






เตียงกรูนุ่มกว่าเฟร้ย กร้ากกกกกกกกกกกกกก

#3 By T4tZl_lK1 on 2009-08-01 01:40

อิ่มหรือนั่น แค่นั้นน่ะ

#4 By พี่นิด (58.9.148.239) on 2009-08-01 15:47

เจ๊เข้าใจจจ T_T
ตอนเจ๊ไปปีที่แล้วเจ๊ก็เลือกกล่องที่ถูกสุด ได้เยอะๆ จะได้อิ่ม ๆ (ฮือ...)

#5 By Henrietta (125.25.75.88) on 2009-08-02 00:28