ญี่ปุ่น...เตะฝุ่น : TG676

posted on 28 Jul 2009 21:52 by mean-ing in TraveL


เครื่องบินสายการบินไทยเที่ยว TG676
มีกำหนดบินตอน 8.20 น. ของวันที่ 21 มีนาคม 2009

ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ - -

คืนก่อนเดินทาง เมย์โทรมาจากญี่ปุ่นว่าการเดินทางเรียบร้อยดี
และเมย์กับพ่อจะมารอตรงที่จอดลีมูซีนบัสของสนามบินนาริตะ

หลังจากวางโทรศัพท์...ฉันนั่งเช็คของและข้อมูลในสมุดอีกครั้ง


ภาพนี้วาดโดยเจ็ม....
วาดไว้ให้บนหน้าแรกของสมุดโน้ตเล่มหนาที่เอาติดตัวไปด้วยทุกที่

.
.
.
ตีห้า...ฉันอยู่บนรถ นั่งมองทางข้างหน้า

อีกไม่กี่ชั่วโมง...อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น



ใกล้ถึงสนามบินเข้ามาทุกที
ฉันไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รออยู่ตรงหน้าคืออะไร....

การเดินทางของฉันในครั้งนี้มีเป้าหมาย
แต่จะบรรลุมันได้รึเปล่านั้น...ฉันไม่มีทางรู้
สิ่งที่ฉันรู้....ฉันว่าฉันคงได้อะไรกลับมาอีกเยอะ
นอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้



พ่อกับแม่ส่งฉัน
พร้อมกำชับถึงเส้นทางที่ฉันจะกลับบ้านจากสนามบินในอีกเกือบสามอาทิตย์ข้างหน้า

ฉันโบกมือลาแววตาเหงาๆของทั้งคู่ด้วยแววตาอันเป็นประกาย
แหมๆ...ก็ฉันกำลังจะได้เที่ยวนี่นา ^O^

ไม่นานนักฉันก็ยืนอยู่คนเดียวหน้าเกท รอขึ้นเครื่อง

มองไปรอบๆก่อนนั่งตัวลีบลงข้างๆคุณพี่ฝรั่งผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาตัวใหญ่คนนึง
ค่อยๆหยิบมือถือขึ้นกดหาเพื่อนๆ...บอกว่ากำลังจะขึ้นเครื่อง
และโทรหาอาจารย์...ขอคำอวยพรในการเดินทางสักเล็กน้อย


.
.
.
ตรงหน้าฉันที่นั่งจดข้อความในความคิดของตัวเองลงไปในสมุดโน้ต
มีชายวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นสองคน
ทั้งสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน...
คุณลุงเสื้อน้ำเงินเพิ่งเดินเข้ามาพร้อมๆกับฉันเมื่อครู่
ส่วนคุณลุงเสื้อขาวนั่งอยู่ก่อนแล้ว...

ด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่อาจรู้ได้...ทางสายการบินประกาศว่าเราจะขึ้นเครื่องช้าสักสิบนาที

คนที่ตกอยู่ในสภาวะหรือเหตุการณ์บางอย่างด้วยกันย่อมอยากหาเพื่อนแชร์ความรู้สึก

คุณลุงเสื้อขาวเริ่มชวนคุณลุงเสื้อน้ำเงินคุย
จากคนไม่รู้จักกลายเป็นคนรู้จัก
จากคนไม่มองหน้ากันกลายเป็นคนยิ้มให้กัน

การพบกันมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์
เราเดินผ่านคนเป็นล้านๆคน...หากคนที่ได้มารู้จักกันนั้นมีอยู่กี่คนกัน

ฉันยิ้มกับภาพตรงหน้า
หลังจากกลับไปญี่ปุ่นแล้ว...คุณลุงยังเป็นเพื่อนกันอยู่มั้ยนะ?

.
.
.
ฉันแบกกระเป๋าของฝากขึ้นเครื่อง...
ในนั้นนอกจากของฝากแล้วยังมีโน้ตบุ๊คเครื่องนี้ที่ไม่เอาไปด้วยไม่ได้อยู่ด้วย

การยกมันใส่ไว้บนที่วางของเหนือที่นั่งไม่ยากเย็นนัก
ตอนเอาลงคงจะไม่มีปัญหาอะไร ^.^

ที่นั่งของฉัน...ฉันโดนขนาบข้างด้วยคุณลุงขาวญี่ปุ่นสองคน
คนแรกเป็นคุณลุงอารมณ์ดีนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
อีกคนเป็นคุณลุงหน้าตาเครียดๆนั่งอยู่ริมทางเดิน
ฉัน...นั่งอยู่ตรงกลาง - -

หลังจากเครื่องออกไปได้สักพักก็ถึงเวลาอาหาร


ถึงจะดูน่ากิน...แต่ความอยากอาหารไม่มีมากนัก...
ฉันกินข้าวไม่หมด เลยอาศัยกินขนมปังแทน - -"

หลังจากมื้ออาหาร
เป็นการกรอกแบบฟอร์มคนเข้าเมือง


ได้รับความช่วยเหลือจากคุณลุงริมหน้าต่างในข้อที่สงสัยเล็กน้อย
ก็แบบฟอร์มมันเปลี่ยนไป - -"

เลยได้คุยกับคุณลุงด้วย ^.^

คุณลุงเป็นคนชิบะ มีภรรยาเป็นคนไทยอยู่ที่กำแพงเพชร
เขาเล่าให้ฟังว่าการทำงานบริษัทเหนื่อยแสนเหนื่อยขนาดไหน
และถามฉันถึงเรื่องของอนาคต....
สิ่งที่คุณลุงย้ำกับฉันเสมอตลอดเวลาที่คุยกันคือ

「みんなは頑張らなきゃ...」
minna wa ganbaranakya
เราทุกคนต้องพยายาม

ฉันชอบประโยคนี้มากที่เดียว

เราคุยกันตลอดเส้นทาง
(อ่ะ...ยกเว้นตอนคุณลุงหลับกับตอนที่ฉันดูหนังนะ)
แต่สุดท้ายฉันไม่ได้ถามชื่อคุณลุง - -"

.
.
.
16.15 น. เครื่องลง...ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น

ด้วยเที่ยวบินนี้คนเยอะมาก
และฉันก็ไม่อยากแย่งใครลง...ยังพอมีเวลา...ฉันคิด

คนส่วนใหญ่ลงไปแล้ว...ฉันแยกจากคุณลุงแล้ว....

ฉันออกมายืนตรงทางเดิน มั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่ขวางทางใคร
ก่อนจะค่อยๆยืดแขนยืดตัวเพื่อจะหยิบกระเป๋าสีส้มใบโปรดลงมา
แต่...

ทำไมกระเป๋าฉันมันอยู่ลึกขนาดนั้น!!!!!!!!!

อารามตกใจเพราะเวลาที่กะไว้ท่าจะไม่พอดีซะแล้ว...
ฉันด้วยส่วนสูงร้อยหกสิบสามยืดตัวยืดแขนพร้อมกระโดดเล็กน้อยเพื่อให้มือถึงกระเป๋า

มือถึงค่ะ...แต่หยิบกระเป๋าลงมาไม่ได้

พี่ๆ flight attendant หายไปไหนหมดคะเนี่ย - -"

และตอนที่ฉันกำลังโดดขึ้นลงอยู่นั้น...เสียงฝีเท้าหนักๆก็มาหยุดลงข้างๆ
พร้อมกับพี่ฝรั่งผู้ชายสุดหล่อที่ฉันนั่งข้างๆตอนรอขึ้นเครื่อง

เขาไม่พูดไม่จา...
หยิบกระเป๋ายื่นให้...และเดินจากไป

- -"

เอ่อพี่คะ...ยังไม่ทันได้พูดขอบคุณเลยค่ะ


To be con.

Comment

Comment:

Tweet

เคลิ้มไปเลย แน่ใจนะว่าเขียนหลังเดินทางมานานแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังเดินทางไปด้วยกันทุกๆก้าว อุอุ

#9 By Tah (125.25.6.119) on 2009-08-03 23:15

สำบัดสำนวนเช่นเคย

กร้ากกก

#8 By {T4tsUk1} on 2009-08-01 01:32

...ชิ รู้งี้น่าจะวาดให้กลมๆกว่านั้นแฮะ...

#7 By IgNiTeD on 2009-07-30 00:14

โอ้ว.. คุณพี่ฝรั่งซึนได้อีก (คงไม่รู้จะพูดยังไงมากกว่ามั้ง..) มีนสูงกว่าเรายังหยิบไม่ถึง...เรายิ่งไม่ถึงใหญ่เลยสิเนี่ย..

เล่าเป็นฉากๆมาเชียว ลองเขียนเรื่องสั้นดูเลยมั้ยท่าน พอได้นะเนี่ย อ่านได้เรื่อยๆสบายๆดี

เราก็เคยได้ความช่วยเหลือจากคนที่นั่งข้างๆบนเที่ยวบินแหละ เค้าเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บให้ (แล้วเราดันบอกขอบคุณเป็นภาษาไทย.. เอิ๊กก นึกว่าคนไทย สงสัยจะญี่ปุ่นแฮะ) เคยได้คุณน้าที่เพิ่งเจอกันในสนามบินช่วยพาไปจนถึงเกทด้วย

ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไปญี่ปุ่นอีกแฮะ.. เพิ่งเคยไปมาครั้งเดียวเอง

#6 By AriYasha on 2009-07-29 16:47

มีแบบให้ติดตามต่อด้วยเหรอเนี่ย
รีบๆมาเขียนนะครับ เดี่ยวแฟนคลับอึดอัดตายเลย

#5 By PupaeHERO on 2009-07-29 09:07

รออ่านตอนต่อไปเหมือนกันค่ะ

เหมือนอ่านหนังสือเลย

ชอบค่ะ cry

#4 By MoshMosh on 2009-07-29 08:24

อิจฉา

#3 By Pabman on 2009-07-29 02:16

ลองเขียนหนังสือดีมั้ยมีน

ชอบสำนวนการเขียนจัง โฮะๆๆ
(นี่พูดจริงๆนะเนี๊ย)

ให้ไรเยอะเลย

รอตอนต่อไปน๊า

#2 By :: SKYPIA ☆ on 2009-07-29 01:08

ชอบสำนวนมากค่ะ

จะรออ่านต่อค่ะ

#1 By ~SeeFaH~ on 2009-07-29 00:50