เมื่อวันที่ 13 ไปงานหนังสือมา

ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะไปซื้อ "ลอนดอนไดอารี่1.1" ของพี่เอ๋-นิ้วกลม

สองขาเดินไปหยุดที่บู๊ท I08 ทีแพนนารี่ฮอล์
บู๊ทซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์ a book

รีบเสนอหน้ากลมๆเข้าไปถามไถ่ถึงหนังสือที่ตัวเองอยากได้มากที่สุด

"พี่คะ...ลอนดอนไดอารี่อยู่ไหนคะ"
"อ่อ...หมดแล้วครับ"

สิ้นเสียตัวบอใบไม้ ฉันรู้สึกเหมือน
รอบข้างมืดสนิดและมีสปอตร์ไลท์ฉายมาที่ตัว...
ทั้งๆที่ตั้งใจขนาดนี้แท้ๆ....เสียงพูดของตัวเองดังก้องอยู่ในหัว

เมื่อรู้สึกตัว
ก็เลยหยิบหนังสืออีกเล่มหนึ่งขึ้นมา
"หน่อไม้"
บันทึกการเดินทางที่บอกเล่าโดยพี่ก้อง-ทรงกลด พี่เอ๋-นิ้วกลม และ พี่อั๊พ-ทรงศีล
เป็นทริปที่ผู้อ่านได้ไปร่วมใปลูกป่ากับสามนักเขียน

เอาวะ...ยังไงก็ตั้งใจจะซื้อเล่มนี้เหมือนกัน

ฉันดอง "หน่อไม้" ไว้หลายวัน
จนเพิ่งมาได้อ่านเมื่อวาน

ทันทีที่เริ่มเปิดอ่าน
ไฟในตาก็ลุกวาวด้วยความอิจฉา

ฉันเป็นอีกคนที่รับรู้เรื่องราวของทริปนี้
แต่มันสายเกินไปเพราะว่ามันเกินกำหนดรับใบสมัครไปแล้ว - -"

ฉันไม่คิดว่าฉันจะกิน "หน่อไม้" เล่มหนาได้หมดภายในเวลาเพียงวันเดียว

บทท้ายๆของหน่อไม้
ตอนที่ทุกคนนำของรักของตัวเองใส่ลงในไทม์แคปซูล
ซึ่งบอกกันว่าจะกลับมาเปิดมันในอีก 10 ปีข้างหน้า
น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยาย
มันคงกำลังถึงตอนจบที่แสนจะซึ้งกินใจ

หาก "หน่อไม้" เป็นบันทึกการเดินทางเล่มหนา
ที่พาเราไปปลูกป่า พาเราไปเข้าใจธรรมชาต์ เข้าใจชีวิต และเข้าใจคน
ตอนท้ายๆมันเลยสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการสิ้นสุดการเดินทาง
ตอนที่ทุกคนเริ่มจะผูกพันกันและจะต้องแยกจาก...

ฉันไม่ค่อยชอบตอนแยกจาก...มันค่อนข้างน่าใจหาย
น้ำตาของฉันจึงไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

มาคุยเรื่อง ไทม์แคปซูล ดีกว่า

ฉันคิดว่าสิ่งที่เรียกว่า "ไทม์แคปซูล" เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์
ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดมันขึ้นมา
แต่มันดูจะเป็นสิ่งที่พ่วงพวกเราไว้กับกาลเวลา

เราคงจะมีเหตุผลในการฝังไทม์แคปซูลกันคนละอย่าง

สำหรับฉัน ฉันคิดว่าเหตุผลหลักของการฝังไทม์แคปซูลนั้น
คือ...เราอยากรู้ความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

สิ่งของที่อยู่ในไทม์แคปซูลนั้น ยังคงวางอยู่ในนั้นและไม่มีวันเปลี่ยนไป
คนที่ฝังมันลงไปต่างหากที่เปลี่ยนไป

เวลาที่ผันผ่าน จะทำให้เรามองสิ่งที่อยู่ไทม์แคปซูลเมื่อเปิดออกเป็นอย่างไร
ขึ้นอยู่กับว่า...เราเปลี่ยนไปแค่ไหน

ประสบการณ์ของฉันกับไทม์แคปซูลค่อนข้างจะเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ฉันมีโอกาศได้ไปประเทศในฝัน
"ญี่ปุ่น"

ฉันไปที่นั่นเพื่อท่องเที่ยว
ตามหาประสบการณ์และตัวเอง

อีกเหตุผลหนึ่งคือ...ฉันอยากไปเยี่ยมเขาสักครั้ง...

หลักจากเดินออกจากสถานีรถไฟที่ซับโปโร ฮอกไกโด
ใบหน้าพร้อมรอยยิ้มของชายรูปร่างสูงในโอเวอร์โค้ดตัวหนาส่งรอยยิ้มทักทายฉันพร้อมกับวิ่งเข้ามา

"หนาวใช่มั้ย"
เขาถามพร้อมกับห่มโอเวอร์โค้ดตัวยาวสีขาวให้ฉันซึ่งยืนสั่นเป็นเจ้าเข้ากับอากาศที่ไม่คุ้นเคย

"ขอบใจ" ฉันอ้อมแอ้มตอบ

ชินอิจิ - คือชื่อของชายร่างสูงเมื่อครู่...เขาเป็นพี่ชายของเขาคนนั้น
และเป็นคนที่พยายามลากฉันมาจากโตเกียวจนสำเร็จ

บ้านหลังเล็กน่ารักปรากฏขึ้นตรงหัวมุมของถนนไหนฉันไม่อาจรู้
ชินพาฉันเข้าไปในบ้าน ไปพบกับรอยยิ้มและอ้อมกอดต้อนรับของแม่

แม่ของชินพาฉันขึ้นไปที่ห้องของเขาคนนั้น และบอกให้ฉันพักที่นี่

ห้องนั้นยังเหมือนเดิม...เหมือนที่ฉันเคยเห็นผ่านเว็บแคมหลายครั้งแม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 3 ปี

กรอบรูปสีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนโต๊ะข้างๆคอมพิวเตอร์เครื่องสวย
ในนั้น มีรอยยิ้มของฉันกับเขา...
ฉันยิ้มให้เด็กกะโปโลผมสั้นที่ยืนคู่กับชายหนุ่มใบหน้าน่ารักตาตี่โดยมีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว

มันผ่านมานานแล้วสินะ...ฉันผ่านวันที่ไม่มีเขามาได้นานแล้วสินะ

ชินและคุณแม่ปล่อยให้ฉันใช้เวลาสักพักอยู่เพียงคนเดียวก่อนที่ชินจะเดินเข้ามาอีกครั้ง
"ไปดูไทม์แคปซูลกันมั้ย"
ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างงงๆ
"เราสองคน ฉันหมายถึงฉันกับเจ้าโชเคยฝังไทม์แคปซูลไว้...อยู่หลังบ้านนี่เอง...ไปขุดมาดูกันเถอะ"
ฉันพยักหน้ายิ้มๆ แล้วเดินตามลงไป

ห่างจากต้นซากุระต้นใหญ่หลังบ้านซึ่งคงจะผลิดอกในอีกไม่กี่อาทิตย์มา 2 ก้าว
มีกระถางต้นไม้วางอยู่...ชินยกมันออกจะเริ่มลงมือขุด

ไม่ลึกมากนักมีกล่องเหล็กสีฟ้าและสีเขียววางอยู่ในนั้น
เขายื่นกล่องสีฟ้าให้ฉัน
"ของเจ้าโชมัน"

มือของฉันสั่นเล็กน้อยก่อนจะเปิดมันออก
และสิ่งแรกที่ฉันเห็นทำเอาน้ำตาร่วง

มันคือรูปภาพของเราสองคนที่ฉันเห็นวางอยู่ในห้องเมื่อครู่...กับกระดาษปึกหนาที่เขียนว่า
"MSN Conversation with MeaN"

ฉันคลี่มันออกมา...มันเป็นประโยคภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นของฉันตอนม.ต้น
กับประโยคภาษาอังกฤษที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของเขา...

มันนานเหลือเกิน ฉันคิด...นานจนฉันเคยลืมไปหมดแล้วว่าเคยคุยอะไรกับเขาไปบ้าง

ฉันอ่านและยิ้มและร้องไห้
แปลก...ความรู้สึกหลายอย่างมันประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน

ฉันคิดว่าการฝังไทม์แคปซูลเป็นเรื่องดี...
เพราะเมื่อเราเปิดมันอีกครั้ง
สิ่งที่เราเห็นนอกจากความเปลี่ยนแปลงของตัวเรา
เรายังจะได้เห็นความทรงจำในช่วงนั้นที่เราอาจทำตกระหว่างทางเวลา
ความทรงจำนั้นมันทำให้เรายิ้มได้ทั้งน้ำตา

ยิ้มกับสิ่งที่เรานึกถึง และ เสียน้ำตากับเวลาที่ไม่สามารถย้อนกลับ



ลองฝังไทม์แคปซูลไว้สักอันสิคะ...เมื่อเวลาผ่านไป...
เราจะรู้ว่าอะไรกันที่มีค่ากับเรามากที่สุด

ปล. ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก "หน่อไม้" ถ้ามีทริปอย่างนี้อีกครั้งจะไปให้ได้เลยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

งั้นเล็กก็คงฝังไทม์แคปซูนไว้เต็มไปหมดเลยล่ะ

อย่างน้อยก็เรื่องของมีน

#6 By จินตราแร๊พโย่ว (203.131.212.48) on 2008-11-20 15:48

อดีต.... ก็คือ อดีต เนอะ

#5 By f u e n g (58.181.143.60) on 2008-10-22 15:31

อ่านแล้ว อยากเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในไทม์แคปซูลบ้างจัง ในวันที่อ่อนล้าสมบัติล้ำค่าเหล่านั้น คงทำให้พี่ขำตัวเอง ยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความสุขได้เหมือนน้องนะsurprised smile

ป.ล. เมื่อวานพี่ก็ไปมาอีกรอบ ได้หนังสือน้องฝั่งกับนวนิยายรักน้ำตาไหลมาอีกเล่ม รวมทั้งได้หนังสือที่อ.น้องเขียนมาอีก 2 เล่ม... กลับบ้านตัวหนัก อิ่มใจ แต่กระเป๋าเบาโหวงอีกรอบsad smile

คิดถึงน้องมีนเหมือนกัน ไว้มีโอกาสนัดออกมากินไรกันนะจ๊ะ ว่าแต่ ขาหายยัง ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะconfused smile

ป.ล. อีกที เสียงกระซิบสังหารพี่ยังวางแหมะไว้อยู่เลย (เพิ่งเริ่มอ่านนวนิยายก็เงี๊ยะแหล่ะ เอิ๊ก) เอาล่ะ ต่อจากนี้จะค่อย ๆ ทยอยอ่านไปเรื่อย ๆ ล่ะน้าาาาาาาcry

#4 By sora no hime★空のひめ on 2008-10-22 14:13

ความทรงจำเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เรามีชีวิตอยู่ได้

พี่เคยบอกเราใช่มั้ยว่า...ไม่ว่ายังไงให้คิดถึงเขาเสมอ
และพี่ก็ดีใจที่เราเป็นอย่างนั้น

#3 By ซอ (203.155.231.126) on 2008-10-20 23:58

โว้ยยยยยยยยยยยยยย อิจฉาๆๆๆ
ไทม์แคปซูลเหรอ

มีแต่ยาแคปซูลแทนกันได้มะ -*-

ไปงานหนังสือแล้วไม่มีเล่มที่อยากได้ เข้าใจๆๆ (ถึงกับทรุดเลยทีเดียว)

#2 By t4TsUk1 (58.8.144.60) on 2008-10-20 21:40

เจอแล้วจาก ดีกว่าไม่มีโอกาสได้เจอ...
.
.

(...ใช่สิ เรามันไม่เคยออกไปนอกเขตแดนเมืองเกิดเลยนี่ orz)

#1 By IgNiTeD on 2008-10-18 13:58