หน่อไม้ ไทม์แคปซูล และ น้ำตา
posted on 17 Oct 2008 20:51 by mean-ing in LifE
เมื่อวันที่ 13 ไปงานหนังสือมา
ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะไปซื้อ "ลอนดอนไดอารี่1.1" ของพี่เอ๋-นิ้วกลม
สองขาเดินไปหยุดที่บู๊ท I08 ทีแพนนารี่ฮอล์
บู๊ทซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์ a book
รีบเสนอหน้ากลมๆเข้าไปถามไถ่ถึงหนังสือที่ตัวเองอยากได้มากที่สุด
"พี่คะ...ลอนดอนไดอารี่อยู่ไหนคะ"
"อ่อ...หมดแล้วครับ"
สิ้นเสียตัวบอใบไม้ ฉันรู้สึกเหมือน
รอบข้างมืดสนิดและมีสปอตร์ไลท์ฉายมาที่ตัว...
ทั้งๆที่ตั้งใจขนาดนี้แท้ๆ....เสียงพูดของตัวเองดังก้องอยู่ในหัว
เมื่อรู้สึกตัว
ก็เลยหยิบหนังสืออีกเล่มหนึ่งขึ้นมา
"หน่อไม้"
บันทึกการเดินทางที่บอกเล่าโดยพี่ก้อง-ทรงกลด พี่เอ๋-นิ้วกลม และ พี่อั๊พ-ทรงศีล
เป็นทริปที่ผู้อ่านได้ไปร่วมใปลูกป่ากับสามนักเขียน
เอาวะ...ยังไงก็ตั้งใจจะซื้อเล่มนี้เหมือนกัน
ฉันดอง "หน่อไม้" ไว้หลายวัน
จนเพิ่งมาได้อ่านเมื่อวาน
ทันทีที่เริ่มเปิดอ่าน
ไฟในตาก็ลุกวาวด้วยความอิจฉา
ฉันเป็นอีกคนที่รับรู้เรื่องราวของทริปนี้
แต่มันสายเกินไปเพราะว่ามันเกินกำหนดรับใบสมัครไปแล้ว - -"
ฉันไม่คิดว่าฉันจะกิน "หน่อไม้" เล่มหนาได้หมดภายในเวลาเพียงวันเดียว
บทท้ายๆของหน่อไม้
ตอนที่ทุกคนนำของรักของตัวเองใส่ลงในไทม์แคปซูล
ซึ่งบอกกันว่าจะกลับมาเปิดมันในอีก 10 ปีข้างหน้า
น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยาย
มันคงกำลังถึงตอนจบที่แสนจะซึ้งกินใจ
หาก "หน่อไม้" เป็นบันทึกการเดินทางเล่มหนา
ที่พาเราไปปลูกป่า พาเราไปเข้าใจธรรมชาต์ เข้าใจชีวิต และเข้าใจคน
ตอนท้ายๆมันเลยสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการสิ้นสุดการเดินทาง
ตอนที่ทุกคนเริ่มจะผูกพันกันและจะต้องแยกจาก...
ฉันไม่ค่อยชอบตอนแยกจาก...มันค่อนข้างน่าใจหาย
น้ำตาของฉันจึงไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
มาคุยเรื่อง ไทม์แคปซูล ดีกว่า
ฉันคิดว่าสิ่งที่เรียกว่า "ไทม์แคปซูล" เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์
ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดมันขึ้นมา
แต่มันดูจะเป็นสิ่งที่พ่วงพวกเราไว้กับกาลเวลา
เราคงจะมีเหตุผลในการฝังไทม์แคปซูลกันคนละอย่าง
สำหรับฉัน ฉันคิดว่าเหตุผลหลักของการฝังไทม์แคปซูลนั้น
คือ...เราอยากรู้ความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
สิ่งของที่อยู่ในไทม์แคปซูลนั้น ยังคงวางอยู่ในนั้นและไม่มีวันเปลี่ยนไป
คนที่ฝังมันลงไปต่างหากที่เปลี่ยนไป
เวลาที่ผันผ่าน จะทำให้เรามองสิ่งที่อยู่ไทม์แคปซูลเมื่อเปิดออกเป็นอย่างไร
ขึ้นอยู่กับว่า...เราเปลี่ยนไปแค่ไหน
ประสบการณ์ของฉันกับไทม์แคปซูลค่อนข้างจะเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ฉันมีโอกาศได้ไปประเทศในฝัน
"ญี่ปุ่น"
ฉันไปที่นั่นเพื่อท่องเที่ยว
ตามหาประสบการณ์และตัวเอง
อีกเหตุผลหนึ่งคือ...ฉันอยากไปเยี่ยมเขาสักครั้ง...
หลักจากเดินออกจากสถานีรถไฟที่ซับโปโร ฮอกไกโด
ใบหน้าพร้อมรอยยิ้มของชายรูปร่างสูงในโอเวอร์โค้ดตัวหนาส่งรอยยิ้มทักทายฉันพร้อมกับวิ่งเข้ามา
"หนาวใช่มั้ย"
เขาถามพร้อมกับห่มโอเวอร์โค้ดตัวยาวสีขาวให้ฉันซึ่งยืนสั่นเป็นเจ้าเข้ากับอากาศที่ไม่คุ้นเคย
"ขอบใจ" ฉันอ้อมแอ้มตอบ
ชินอิจิ - คือชื่อของชายร่างสูงเมื่อครู่...เขาเป็นพี่ชายของเขาคนนั้น
และเป็นคนที่พยายามลากฉันมาจากโตเกียวจนสำเร็จ
บ้านหลังเล็กน่ารักปรากฏขึ้นตรงหัวมุมของถนนไหนฉันไม่อาจรู้
ชินพาฉันเข้าไปในบ้าน ไปพบกับรอยยิ้มและอ้อมกอดต้อนรับของแม่
แม่ของชินพาฉันขึ้นไปที่ห้องของเขาคนนั้น และบอกให้ฉันพักที่นี่
ห้องนั้นยังเหมือนเดิม...เหมือนที่ฉันเคยเห็นผ่านเว็บแคมหลายครั้งแม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 3 ปี
กรอบรูปสีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนโต๊ะข้างๆคอมพิวเตอร์เครื่องสวย
ในนั้น มีรอยยิ้มของฉันกับเขา...
ฉันยิ้มให้เด็กกะโปโลผมสั้นที่ยืนคู่กับชายหนุ่มใบหน้าน่ารักตาตี่โดยมีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว
มันผ่านมานานแล้วสินะ...ฉันผ่านวันที่ไม่มีเขามาได้นานแล้วสินะ
ชินและคุณแม่ปล่อยให้ฉันใช้เวลาสักพักอยู่เพียงคนเดียวก่อนที่ชินจะเดินเข้ามาอีกครั้ง
"ไปดูไทม์แคปซูลกันมั้ย"
ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างงงๆ
"เราสองคน ฉันหมายถึงฉันกับเจ้าโชเคยฝังไทม์แคปซูลไว้...อยู่หลังบ้านนี่เอง...ไปขุดมาดูกันเถอะ"
ฉันพยักหน้ายิ้มๆ แล้วเดินตามลงไป
ห่างจากต้นซากุระต้นใหญ่หลังบ้านซึ่งคงจะผลิดอกในอีกไม่กี่อาทิตย์มา 2 ก้าว
มีกระถางต้นไม้วางอยู่...ชินยกมันออกจะเริ่มลงมือขุด
ไม่ลึกมากนักมีกล่องเหล็กสีฟ้าและสีเขียววางอยู่ในนั้น
เขายื่นกล่องสีฟ้าให้ฉัน
"ของเจ้าโชมัน"
มือของฉันสั่นเล็กน้อยก่อนจะเปิดมันออก
และสิ่งแรกที่ฉันเห็นทำเอาน้ำตาร่วง
มันคือรูปภาพของเราสองคนที่ฉันเห็นวางอยู่ในห้องเมื่อครู่...กับกระดาษปึกหนาที่เขียนว่า
"MSN Conversation with MeaN"
ฉันคลี่มันออกมา...มันเป็นประโยคภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นของฉันตอนม.ต้น
กับประโยคภาษาอังกฤษที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของเขา...
มันนานเหลือเกิน ฉันคิด...นานจนฉันเคยลืมไปหมดแล้วว่าเคยคุยอะไรกับเขาไปบ้าง
ฉันอ่านและยิ้มและร้องไห้
แปลก...ความรู้สึกหลายอย่างมันประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน
ฉันคิดว่าการฝังไทม์แคปซูลเป็นเรื่องดี...
เพราะเมื่อเราเปิดมันอีกครั้ง
สิ่งที่เราเห็นนอกจากความเปลี่ยนแปลงของตัวเรา
เรายังจะได้เห็นความทรงจำในช่วงนั้นที่เราอาจทำตกระหว่างทางเวลา
ความทรงจำนั้นมันทำให้เรายิ้มได้ทั้งน้ำตา
ยิ้มกับสิ่งที่เรานึกถึง และ เสียน้ำตากับเวลาที่ไม่สามารถย้อนกลับ
ลองฝังไทม์แคปซูลไว้สักอันสิคะ...เมื่อเวลาผ่านไป...
เราจะรู้ว่าอะไรกันที่มีค่ากับเรามากที่สุด
ปล. ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก "หน่อไม้" ถ้ามีทริปอย่างนี้อีกครั้งจะไปให้ได้เลยค่ะ

) เอาล่ะ ต่อจากนี้จะค่อย ๆ ทยอยอ่านไปเรื่อย ๆ ล่ะน้าาาาาาา
.
.
(...ใช่สิ เรามันไม่เคยออกไปนอกเขตแดนเมืองเกิดเลยนี่ orz)
#1 By IgNiTeD on 2008-10-18 13:58